คลังเก็บหมวดหมู่: สาระความรู้

อาหารที่ไม่ควรแช่ในตู้เย็น?


1. มันฝรั่ง ความหนาวเย็นจะทำให้แป้งในมันฝรั่งกลายเป็นเนื้อทรายรวมถึงสูญเสียรสหวานไป ทำให้มันฝรั่งเสียรสชาติที่ดี ดังนั้นควรเก็บมันฝรั่งไว้ในถุงกระดาษและเก็บไว้ในที่ที่แห้งและเย็น หรือเก็บไว้ในลิ้นชักจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

2. น้ำผึ้ง หากเก็บน้ำผึ้งไว้ในตู้เย็น น้ำผึ้งจะตกผลึกแข็งและจับตัวเป็นก้อนเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่หนาวเย็น ดังนั้นเพียงแค่ตั้งขวดน้ำผึ้งไว้นอกตู้เย็นและเก็บให้พ้นแสงแดด ในอุณหภูมิห้องปกติจะได้เก็บสารให้ความหวานตามธรรมชาตินี้ได้อย่างสมบูรณ์

3. มะเขือเทศ ความเย็นในตู้เย็นจะทำให้มะเขือเทศเสียรสชาติ จนในที่สุดมะเขือเทศจะสุกงอมและเหี่ยวในเวลาอันรวดเร็ว ดังนั้นเก็บมะเขือเทศไว้ด้านนอกที่แห้งและห่างจากแสงแดดจะเหมาะสมกว่า

4. แอปเปิ้ล เหตุผลเดียวกับมะเขือเทศคือหากเก็บแอปเปิลไว้ในตู้เย็นจะทำให้มันเสียรสชาติ แต่ถ้าหากอยากจะรับประทานให้ได้รสชาติหวานเย็น ก็เพียงปอกแล้วนำไปแช่ตู้เย็นก่อนรับประทานสัก 30 นาที

5. เมลอน เราควรจัดเก็บเมลอนไว้บนเคาท์เตอร์เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับแตงโม แคนตาลูป โดยงานวิจัยของ USDA ยังพบว่าการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องจะไม่ทำให้เมลอนสูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระ และเมื่อหั่นเป็นชิ้นก็ควรเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 3-4 วัน

6. หัวหอม หัวหอมที่ยังไม่ได้ปอกเปลือกหรือหั่น ไม่ควรนำไปแช่เย็นเนื่องจากความชื้นในตู้เย็นจะทำให้เกิดเป็นรา นิ่มและเละ และกลิ่นของมันจะทำให้อาหารอื่นมีกลิ่นตามไปด้วย ที่ๆ เหมาะสมที่สุดสำหรับการเก็บหัวหอมคือการเก็บมันไว้ในถุงกระดาษที่มืด และเย็นหรือเก็บในลิ้นชัก สำหรับหัวที่หั่นแล้วก็ใส่ในถุงเก็บไว้ในช่องเก็บผักตั้งน้ำมัน

7. น้ำมัน ทั่วไปแล้วควรวางไว้ในอุณหภูมิห้องปกติมากกว่า แต่สำหรับน้ำมันประเภทที่มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ เช่นน้ำมันดอกคำฝอยหรือน้ำมันดอกทานตะวัน ก็จะดีกว่าถ้าเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เย็นเช่นตำแหน่งของประตูตู้เย็น

8. ซอสมะเขือเทศและซอสพริก ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเนื่องจากมีน้ำส้มสายชูจำนวนมากที่ป้องกันการเติบโตของแบคทีเรียอยู่แล้ว โดยเฉพาะซอสพริกนั้น ความเผ็ดร้อนของพริกจะมีศักยภาพมากที่สุด เมื่ออยู่ในอุณหภูมิห้อง ดังนั้นควรเก็บให้อยู่ในตู้กับข้าวก็พอแล้ว

9. แตงโม ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง เนื่องจากมีน้ำเยอะเป็นแหล่งวิตามินเอและวิตามินซี แต่การนำแตงโมไปแช่ไว้ในตู้เย็นจะทำแตงโมสูญเสียสารเหล่านั้นที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไปอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งเมื่อมันอยู่ในตู้เย็นมีโอกาสที่มันจะแตกและกลายเป็นจุดๆ ดีที่สุดคือการเก็บแตงโมไว้นอกตู้เย็น แต่ถ้าหั่นแล้วคุณสามารถนำมันไปแช่ตู้เย็นได้

10. กาแฟ ไม่ควรแช่กาแฟไว้ในตู้เย็น เพราะจะทำให้กาแฟเสียรสชาติที่ควรจะเป็น แถมยังทำให้กลิ่นของกาแฟนั้นเปลี่ยนไป ไม่หอมเท่าที่ควรด้วย เพราะกาแฟได้ดูดกลิ่นจากตู้เย็นเข้ามาเก็บไว้นั่นเอง ทางที่ดีเก็บใส่กล่องที่มีฝาปิดมิดชิดจะดีกว่า

11. ถั่ว อุณหภูมิที่เย็นอาจช่วยป้องกันการเหม็นหืนจากน้ำมันธรรมชาติในถั่วได้ แต่ก็สามารถกำจัดรสชาติถั่วได้เช่นกัน นอกจากนี้เปลือกถั่วก็ยังสามารถดูดซับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ในตู้เย็นไว้อีกด้วย ทางที่ดีควรจัดเก็บถั่วไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทในตู้กับข้าว หากมีถั่วจำนวนมากในตู้เย็นก็ควรคั่วถั่วในกระทะก่อนที่จะนำมาใช้

12. กระเทียม การนำกระเทียมไปแช่ไว้ในตู้เย็นจะทำให้กระเทียมงอกเป็นต้นขึ้นมาและขึ้นราได้ง่าย แถมยังทำให้เนื้อของกระเทียมนั้นหดเร็วขึ้นด้วย เราสามารถรักษารสชาติของกระเทียมได้ โดยการจัดเก็บไว้ในภาชนะที่แห้ง เย็น และมีอากาศถ่ายเท เมื่อมีการปอกหัวกระเทียมออกก็ควรใช้ให้หมดภายใน 10 วัน

13. ใบโหระพาและใบกะเพรา เพราะจะทำให้ใบโหระพานั้นแห้งและเหี่ยวไว อีกทั้งใบโหระพายังดูดซับกลิ่นจากตู้เย็นเข้ามาไว้ในตัวอีกด้วย เช่นนั้นก็จะนำไปประกอบอาหารไม่ได้อีกต่อไป

14. ขนมปัง การเก็บขนมปังไว้ในตู้เย็นจะทำให้ขนมปังแข็งจนเกินไป ดังนั้นเก็บไว้นอกตู้เย็นจะได้ขนมปังที่รสชาติดีกว่า หรือหากว่าคุณมีขนมปังจำนวนมากสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้โดยใช้ผ้าขาวบางห่อก่อนที่จะนำไปแช่

15. กล้วย ถ้ากล้วยยังมีเปลือกสีเหลืองปกติให้วางกล้วยไว้ในอุณหภูมิห้อง แต่เมื่อมันเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลก็สามารแช่ในช่องแช่แข็งได้

16. เหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดรวมถึงเหล้าที่ไว้หมักเนื้อสัตว์ต่างๆ หรือปรุงอาหาร ไม่ควรนำเหล้าไปแช่ตู้เย็น เพราะสีและรสชาติเปลี่ยนไปแน่นอน ควรวางไว้ที่อุณหภูมิห้องปกติก็พอแล้วฟักทอง

17. ฟักทอง The Canadian Produce Marketing Association (CPMA) บอกไว้ว่า วิธีเก็บผักผลไม้สดอย่างฟักทอง ต้องเก็บไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี เน้นพื้นที่แห้งๆ ไม่โดนแดดไม่ร้อนอบ จึงจะช่วยยืดอายุฟักทองได้ดี

18. ส้ม ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ควรวางไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ โดยใส่ถุงและมัดปากถุงให้แน่น เนื่องจากเมื่อเก็บพวกมันไว้ในตู้เย็นมันเสี่ยงที่จะเป็นเชื้อราได้ง่าย

19. ผักกาดดอง เป็นอาหารที่มีสารกันบูดและน้ำส้มสายชูในปริมาณสูง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น แต่ก็สามารถนำไปแช่ในตู้เย็นได้ แนะนำให้วางไว้ในตู้เย็นบริเวณประตูตู้เย็นก็พอ

20. ซอสถั่วเหลือง เครื่องปรุงรสอาหารอีกประเภทหนึ่งที่มีสารกันบูดและเกลือดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้องแช่ในตู้เย็น

โยคะหน้า!


มา โยคะหน้า กันเถอะ!มา โยคะหน้า กันเถอะ!

สำหรับวันนี้ภูมิใจนำเสนอ.. วิธีการทำโยคะใบหน้า ว้าวว ตื่นเต้นๆ มีวิธีการ โยคะหน้า ด้วย!!

โยคะบนใบหน้า  

ส่วนที่สำคัญที่สุดของตัวเราส่วนนึง ที่สาวๆ ต้องดูแล ใส่ใจเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้น ใบหน้า ใช่มั้ยละคะ!! วันนี้พี่เจ้าหญิง ไม่พลาด ที่จะสรรหาเคล็ดลับความงาม มาแบ่งปันให้เพื่อนๆ น้องๆ ชาว Women ได้นำไปลองกันด้วย สำหรับวันนี้ก็ภูมิใจนำเสนอ.. วิธีการทำโยคะใบหน้า ว้าวว ตื่นเต้นๆ มีวิธีการแบบนี้ด้วย มาดูกันค่ะ ^O^/

เริ่มจาก   ปล่อยใจให้ผ่อนคลายรู้สึกสบาย พร้อมกับยืนแยกขา เท้าเอว ก้มศีรษะลงมาให้คางชิดกับอกให้มากที่สุด นับ 1 – 5 จึงคลายและหงายศีรษะไปด้านหลังให้มากที่สุด นับ 1 – 5 จึงคลาย และทำซ้ำ ก้ม – เงย สลับกันไปเป็นจังหวะเช่นนี้ต่อเนื่อง 5 ครั้ง ต่อเนื่องด้วย เอียงคอไปทางซ้าย – ขวา สลับกันเป็นจังหวะช้าๆ เช่นเดิม ทั้งหมด 5 ครั้ง

เมื่อ ครบจำนวนแล้ว ให้ยืนตรง เท้าเอว หันศีรษะไปด้านหลังเริ่มด้วยทางขวาแล้วค้างไว้ นับ 1 – 5 กลับสู่ท่าเริ่ม ทำเช่นเดียวกันแต่สลับข้าง บริหารซ้ำสลับซ้าย – ขวา ทั้งหมด 5 ครั้ง

สุดท้าย   ให้หมุดศีรษะเป็นวงกลม โดยก้มศีรษะมาทางด้านหน้า แล้วหมุนไปทางขวาให้ครบรอบ แล้ววนกลับทางซ้าย หมุนคอสลับกันขวา – ซ้าย ทั้งหมด 5 รอบ

เป็น ไงบ้างคะ! ไม่ยากเลยใช่มั้นล้าาา ใครก็ทำได้เนอะ ง่ายๆ เพียงเท่านี้คุณผู้หญิงทั้งหลาย ก็จะมีใบหน้าที่กระชับเต่งตึงได้ด้วยวิธีการทำโยคะแล้วหละ ว้าวว

ผู้ชายแต่งงานกับผู้ชาย ฉลองกฎหมายสมรสรักร่วมเพศ


ผู้ชายแต่งงานผู้ชาย คู่แรกฝร่งเศส ฉลองกฎหมายสมรสรักร่วมเพศผู้ชายแต่งงานผู้ชาย คู่แรกฝร่งเศส ฉลองกฎหมายสมรสรักร่วมเพศ  ผู้ชายแต่งงานผู้ชายคู่แรกแต่งงานแล้วในฝรั่งเศส ประเดิมกฎหมายสมรสรัก

ฮือฮา! ผู้ชายแต่งงานผู้ชาย คู่แรกของฝรั่งเศส เข้าพิธีแต่งงานฉลองกฎหมายสมรสรักร่วมเพศ ท่ามกลางผู้คนที่แห่มาร่วมแสดงยินดีกันคึกคัก

ผู้ชายแต่งงานผู้ชาย

ผู้ชายแต่งงานผู้ชาย

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 เว็บไซต์นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า นายแวงซองต์ โอแตง วัย 40 ปี และนายบรูโน บัวโล วัย 30 ปี คู่รักชายรักชาย จูงมือกันก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์เป็นคู่แรกแล้ว ที่เมืองมองต์เปลลิเยร์ ทางภาคใต้ของประเทศ ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายสมรสรักร่วมเพศเพียงแค่ไม่นาน ท่ามกลางประชาชนที่ร่วมแสดงความยินดีอย่างเนืองแน่น

อ่านข่าวต่อ >> ผู้ชายแต่งงานผู้ชาย

วิธีการลดพุง แบบง่ายๆ ฉบับการ์ตูน


  • เอา วิธีการลดพุง แบบง่ายๆ ฉบับการ์ตูน มาฝาก!

    เอา วิธีการลดพุง แบบง่ายๆ ฉบับการ์ตูน มาฝาก!

    สวัสดีค้าาา ^O^/ วันนี้ เจ้าหญิง horoworld ขอนำเคล็ดลับ วิธีการ ลดพุง แบบง่ายๆ ฉบับการ์ตูนมาฝากด้วยหละ.. ไปเจอมาจากเย็นตาโฟ ไม่ต้องอ่านให้เมื่อยตาเลย แค่ทำตามตัวการ์ตูนเหล่านี้เท่านั้น!!! พุงกลมๆ ของเราก็จะหายไป สาวๆ women พร้อมรึยังคะ มาลดพุงกันเล้ยย!!!

วิธี ลดพุง แบบง่ายๆ (การ์ตูน)

ท่าที่ 1

ท่าที่ 2

ท่าที่ 3

ท่าที่ 4

ท่าที่ 5

ท่าที่ 6

ท่าที่ 7

ท่าที่ 8

ท่าที่ 9

ท่าที่ 10
yenta4 : BBug avatar

โดย: BBug

ฤาษีหญิง ตนแรกของโลก!


ฤาษีหญิง เพื่อนๆคนไหนที่ดูตีสิบเมื่อคืนนี้ต่างตั้งคำถามว่า แม่ฤาษีภคินี นพเก้า ที่แต่งชุดฤาษีมาออกรายการเป็น ฤาีษีหญิงจริงๆหรือ และมีที่มาที่ไปยังไง วันนี้ Horoworld.com จะพาเพื่อนๆมาเปิดประวัติ ฤาษีหญิง ตนแรกของโลก กันค่ะ


ประวัติ
ฤาษีหญิง ตนแรกของโลก

ฤาษีหญิงแม่ฤาษีภคินี นพเก้า ที่แต่งชุดฤาษี เดิมชื่อว่า นางผ่องศรี ไชยแสนท้าว อายุ 35 ปี บ้านอยู่ที่บ้านขามเรียง ต.ขามเรียง อ.กันทรชัย จ.มหาสารคาม มีพี่น้องร่วมบิดาทั้ง หมด 3 คน ฤาษี ภคินี เป็นพี่สาวคนโต เรียนจบปริญญาตรี สถาบันราชภัฏ จ.เชียงราย หลังจากจบการศึกษาแล้ว ก็เริ่มทำงานเป็นเลขานุการสถาบันสอนภาษา เอ.ยู.เอ. ที่ จ.เชียงราย และประกอบกิจการทำทัวร์ท่องเที่ยว อยู่ได้ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะเดินทางไปที่อเมริกานานถึง 10 ปี ก่อนที่จะกลับมาเมืองไทยอีกครั้งด้วยการทำธุรกิจหอพัก ฤาษีภคินี เล่ากับทีมงานเซียน

สาเหตุการบวชเป็นฤาษีหญิง

สาเหตุ ของการมาบวชเป็นฤาษีหญิงว่า เราเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย กับเรื่องวุ่นวายของทางโลก เริ่มศึกษาด้านธรรมะปฏิบัติฝึกสมาธิขั้นพื้นฐาน จนมีอยู่วันหนึ่งได้พบกับญาติและแนะนำให้มาบวชชีพราหม์ ปฎิบัติธรรมอยู่ 1 ปีเต็ม จนหลวงปู่ท่านว่าเห็นสมควรว่า น่าจะบวชบรรพชาปวรณา ถือศีลตบะสายญาณฤาษี และให้ตั้งสมณะฤาษีภคินี ฤาษีหญิงตนแรกในเมืองไทย

สำ หรับฤาษีภคนี นพเกล้า หลังจากได้บรรพชาเป็น ฤาษีแล้ว ก็ได้ศึกษาวิชา สายญาณคุรุฤาษี ทั้งพุทธเวทย์-ไสยเวทย์ ทั้งสายดำละสายขาว ศึกษาการแก้คุณไสย์ ด้วยสมุนไพร น้ำมันว่านยา โดยเฉพาะได้ไปศึกษา ตำราปริญญา ภูเขาควาย ด้านวิทยาคม และพุทธาคมธรรมบรรลุแก้วโกฏิสาย สมเด็จลุน ประเทศลาว ทั้งนี้ยังได้มีการศึกษาตำรากุญแจไสยศาสตร์ จากท่านอาจารย์ ชุมศร โดยได้พ่อแม่ครูบา หลวงปู่ฤาษีลิงใหญ่ นพเก้า ซึ่งเป็นอาจารย์สายดง แห่งภูเขาควาย

ฤาษีภคินี นพเก้ากล่าวว่าวิชาที่ได้ศึกษามาและนำมาใช้ เพื่อช่วยเหลือคน ได้แก่ วิชาลงนะหน้าทอง เพื่อเป็นการเสริมศิริมงคล เหมาะสำหรับข้าราชการ พ่อค้า ที่ต้องมีงานพบปะผู้คน จะทำให้เป็นที่รักษาที่เอ็นดู จากบุคคลรอบข้าง วิชาสาวน้ำตาเทียน สวมมงกุฎนาคา สวมชฎานาคี ซึ่งจะเป็นศาสตร์ที่ใช้ในการทำนายชะตาชีวิต ของบุคคลๆนั้น การสาวน้ำตาเทียนนั้น จะบ่งบอกถึงชะตาชีวิต ของผู้ถูกทำนาย ชะตาชีวิตจะดีร้ายประการใด จะดูได้จากน้ำตาเทียน และเมื่อสาวน้ำตาเทียนแล้ว ก็จะวนให้เป็นคล้ายมงกุฎ เพื่อสวมหน้าศรีษะ ผู้ถูกทำนาย หากชะตาชีวิตไม่ดีก็จะได้มีการทำพิธีกรรมต่อชะตา นอนโลง ถวายสังฆทาน เพื่อทำบุญต่ออายุ ทั้งนี้ ฤาษีภคินียังได้สำเร็จ วิชากสินไฟ พ่นน้ำแล้วกลายเป็นเปลวเพลิง ซึ่งในวันนั้นที่ทีมงานไปสัมภาษณ์ ฤาษีภคินี ท่านได้เล่าเพิ่มเติ่มอีกว่า นอกจากในศาสตร์ของวิชาข้างต้น ที่ได้กล่าวมาแล้ว

ฤาษีหญิง

ฤาษีหญิง

         ฤาษีภคินี นพเก้ายังได้มีการศึกษา วิชากสินไฟ ซึ่งเป็น วิชาฝึกพลังลมปราณ ภายในร่างกาย ทำให้ความสมดุล ในร่างกาย ที่ประกอบ ด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งวิชานี้จะได้นำมาใช้ช่วยเหลือและปัดเป่า คนที่ถูกคุณไสย์ ถูกลมเพ ลมพัด ทั้งนี้ ฤาษีหญิงคนแรกของเมืองไทย ได้ทำแสดงสุดยอดของวิชากสินไฟ ด้วยการนั่งตบะเพ่งกสินไฟ นานกว่า 1 ชม.ก่อนที่จะได้แสดงความเป็นสุดยอดด้วยการ อมน้ำเปล่าและพ่อนออกมาเป็นเปลวไฟ อย่างได้อัศจรรย์

ทั้งนี้ขณะที ทีมงานเซียนและรายการเปิดตำนานความเชื่อ ทำการบันทึกภาพอยู่นั้น ก็พบว่าเปลวไฟที่ ท่านฤาษีภคินี แสดงพลังกสินไฟออกมานั้น จะปรากฏมีรูปร่างคล้าย พญานาค ทำให้ประชาชนที่มาดูการถ่ายทำวิพากษ์วิจารณ์ ถึงเรื่องเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ กันไปต่างๆนาๆ